ชื่อสินค้า : | 019 เหรียญระฆัง หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ จ.นครสวรรค์ | ประเภท : | เปิดให้บูชา | : รายละเอียด :
เหรียญระฆัง หลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ จ.นครสวรรค์ อายุ 72 ปี รุ่นรวยเงินล้าน มี ตอกโค๊ตรูประฆัง เนื้อทองเหลือง ขนาด 2.2 x 3.2 ซ.ม จัดสร้างเมื่อปี 2537
เทพเจ้าแห่งโชคลาภ " หลวงพ่อแนม กตปุญโญ" พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดเขาหน่อ ต.บ้าน แดน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ศิษย์พระคณาจารย์สายหลวงปู่เภา วัดถ้ำตะโก จ. ลพบุรี
ปัจจุบันวัตถุมงคลของ "หลวงพ่อแนม" ผู้นำไปใช้ต่าง ประสบการณ์โชคลาภ วัตถุมงคลรุ่นนี้ นายบุญชู โรจน เสถียร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตส.ส.หลายสมัย เป็นประธานวาง ศิลาฤกษ์ บันไดเพื่อขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทวัดเขาหน่อ และประธานพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล 6 รอบหลวงพ่อแนมด้วย
ประวัติหลวงพ่อแนม วัดเขาหน่อ
เกิดวันที่ ๖ เมษายน ๒๔๖๕ ณ บ้านท่าเกษม ตำบลเมืองบางยม หมู่ ๔ อำเภอสังคโลก จังหวัดสุโขทัย เป็นบุตรคนที่ ๕ ในจำนวน ๗ คน ของนายน้อย นางฝอย ธรรมราช เมื่ออายุ ๙ขวบได้ตามแม่ใหญ่ชื่อขาวพวง ธรรมราช ซึ่งเป็นแม่ชีมาจากสุโขทัย ได้พบกับพระธุดงค์ ชื่ออ๊อด ที่วัดท่าพระจันทร์ ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย และได้เรียนหนังสือจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ ที่โรงเรียนวัดบ้านแดน ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย
ต่อมาหลวงพ่ออ๊อดจะออกธุดงค์จึงฝากเด็กชายแนมไว้กับ หลวงพ่อแท่น ยโสธร และได้พาไปบวชเณรกับท่าเจ้าคุณวิเชียรโมลีเจ้าคณะจังหวัด กำแพงเพชร วัดบรมธาตุเมื่อ วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๔๘๐ ได้จำพรรษาที่สำนักสงฆ์เกาะทรายมูล จังหวัดกำแพงเพชร ต่อมายามมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าพระจันทร์ จนกระทั่งอายุ ๒๐ ปี หลวงพ่อแท่นได้พาไปอุปสมบทที่ วัดสังขวิจิตร ตำบลตาขีด อำเภอบรรพตพิสัย โดยมีหลวงพ่อสว่างเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาฯ กตปุญโญ หลวงพ่อแนมได้เรียนธรรมมะกับหลวงพ่อสว่างและหลวงพ่อแท่นอยู่หลายปี จึงได้ออกธุดงค์ไปยังสถานที่ต่างๆ กระทั่งพบคณาจารย์ สายหลวงปู่เภา วัดถ้ำตะโก จังหวัดลพบุรีซึ่งท่าเป็นคณาจารย์ของหลวงพ่อแท่น
ในช่วงจำพรรษาอยู่ที่วัด ท่าจันทร์ คืนหนึ่งหลวงพ่อแท่นได้นิมิตเห็นแสงสว่างเจิดจ้าอยู่บริเวณวัดเขาหน่อ ครั้นพอยามเช้าหลวงพ่อแท่นจึงได้บอกให้หลวงพ่อแนมอยู่ที่วัดท่าจันทร์ไปก่อน ส่วนหลวงพ่อแท่นจะไปจำวัดเขาหน่อเพื่อบูรณะฟื้นฟูตามที่ตามที่เห็นนิมิต
ประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๕ หลวงพ่อแนมได้ตามมาจำพรรษา อยู่กับหลวงพ่อแท่นที่วัดเขาหน่อและได้พากันเดินธุดงค์มาจากวัดเขาหน่อ และได้มาปักกรดปฏิบัติธรรมที่เขาห้วยลุง ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพพิสัย โดยอาศัยอยู่ในถ้ำเขาห้วยลุง ในขณะนั้นนายทอง เอี่ยมแพร เป็นกำนัน ตำบลบ้านแดน ได้เกิดศรัธาเลื่อมใสในองค์หลวงพ่อแท่นและหลวงพ่อแนม ได้ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อทั้ง ๒ รูป และได้ชักชวนชาวบ้านบริเวณบ้านเขาห้วยลุง และหมู่บ้านใกล้เคียงมาร่วมกันสร้างกุฏิ ศาลา เสนาสนะ สิ่งก่อสร้าง ถาวรวัตถุต่างๆภายในสำนักสงฆ์เขาห้วยลุง และต่อมากำนันทอง เอี่ยมแพร ได้ถวายที่ดินประมาณ ๑๐๐ ไร่เศษ ให้กับหลวงพ่อแท่นและหลวงพ่อแนม พื้นที่ดังกล่าวคือวัดเขาห้วยลุงในปัจจุบัน
ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ตรงกับปีชวด เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๔ ค่ำ วันพุธ หลวงพ่อแท่น ยโสธโร ได้มรณภาพลงและก่อนที่จะละสังขารได้ฝากหลวงพ่อแนมให้ดูแลสำนักสงฆ์เขาห้วย ลุง และวัดเขาหน่อ สืบต่อมา ซึ่งหลวงพ่อแนมก็รับปาก และในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๑๘ สำนักสงฆ์เขาห้วยลุงก็ได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดโดยใช้ชื่อวัดว่า "วัดเขาห้วยลุง"
หลวงพ่อแนม กตปุญโญ ได้ยึดมั่นอยู่ในสมณะเพศอย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นด้านวิปัสสนาธุระและคัน กธุระ แม้กระทั่งโยธากระธุระ ไม่เคยขาดตกบกพร่อง จนสอบได้ น.ธ เอก ในปีพ.ศ.๒๔๘๗ ณ สำนักเรียนวัดป่าธรรมโสภณ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี และสุดท้ายได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พระครูนิวาตธรรมโกศล ในสายงานปกครองนั้น เป็นเจ้าอาวาสวัดเขาหน่อเมื่อพ.ศ.๒๔๙๐ ในปีพ.ศ.๒๕๑๑ เป็นเจ้าคณะตำบลบ้านแดน
ทางด้านการศึกษานั้นเป็นครูสอน ปริยัติธรรมประจำวัดเขาหน่อ ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๙๐ นอกจากนั้นยังได้เผยแผ่เทศนาอบรมประชาชนในเขตตำบลบ้านแดน และใกล้เคียง ไม่เคยเว้นจากพิธีจากพิธีกรรมทางศาสนาจวบจนวาระสุดท้าย หลวงพ่อแนมมีความชำนาญทางด้านก่อสร้างเป็นพิเศษ ได้ก่อสร้างสนสถานไว้มากมายอาทิเช่น
พ.ศ. ๒๕๑๓ สร้างศาลาการเปรียญ ๑ หลัง
พ.ศ. ๒๕๑๔ สร้างกุฏิแบบทรงไทย ๕ หลัง
พ.ศ. ๒๕๑๕ สร้างประปาร่วมกับอนามัย อำเภอบรรพพิสัย ประจำวัด
พ.ศ. ๒๕๑๙ สร้างหอสวดมนต์ ๑ หลัง
พ.ศ. ๒๕๒๐-๒๕๒๑ สร้างหอสมุด ๑ หลัง แบบทรงไทย
ในปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ประชาชนชาวนครสวรรค์ต่างปลื้มปิติเมื่ออุโบสถวัดเขาหน่อได้เสร็จสิ้นลง และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จยกช่อฟ้า นอกจากนั้นยังมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญๆ อีกมากมาย ไม่ว่าการบูรณะรอยพระพุทธบาทเขาหน่อพร้อมทางขึ้นและถนนรอบเขาหน่อ
ประการสำคัญท่านพยายามย้อนรอยประวัติ ศาสตร์โดยเฉพาะเส้นทางเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ ๕ ที่ได้เสด็จมาที่วัดเขาหน่อ โดยได้ขอให้หลวงปู่โง่นทำพิธีหาจุดประทับ ของรัชกาลที่๕ และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ท่านได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการรักษาธรรมชาติของเขาแก้วและเขาหน่อได้ ต่อสู้กับอิทธิพลต่างๆมากมาย จากการกระทำของผู้ที่ต้องการระเบิดเขาเพื่อนำหินไปทำธุรกิจ จนกระทั่งท่านได้ถวายฏีกาด้วยตนเอง ต่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จยกช่อฟ้า โดยกล่าวว่า "ขอถวายธรรมชาติทั้งเขาแก้วและเขาหน่อให้อยู่ในความดูแลของพระองค์..."
ระยะหลังหลวงพ่อแนมได้มีอาการของโรคภูมิแพ้ ต้องมีออกซิเจนอยู่ข้างตัวตลอดเวลาและท่านได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลค่าจิระ ประวัติหลายครั้งซึ่งทางโรงพยาบาลได้จัดห้องไว้ให้ท่าน ๑ ห้อง และแพทย์ได้แนะนำให้ท่านอยู่ในที่โล่งอากาศถ่ายเทสะดวกในปีพ.ศ.๒๕๔๐ ท่านจึงย้ายมาจำพรรษาที่วัดเขาห้วยลุงอีกครั้ง เมื่อย้ายมาจำพรรษาที่วัดเขาห้วยลุง อาการของโรคภูมิแพ้ได้ทุเลาลงจนแทบจะไม่ปรากฏอาการ เพราะบริเวณวัดเขาห้วยลุงเป็นที่โล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก อีกทั้งไม่มีกลิ่นมูลค้างคาวและลิง ประกอบกับ คุณพิสิฏฐ์ และคุณสุดจินต์ สุพิชญางกูร สองสามีภรรยาผู้มีความเลื่อมใส ในหลวงพ่อแนมเป็นอย่างยิ่งได้สร้างกุฏิถวายเป็นที่จำพรรษา
ในช่วง พ.ศ. ๒๕๔๐ เศรษฐกิจของไทยเริ่มมีปัญหา ฟองสบู่เริ่มแตกและเกิดอาการหนักในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๒ หลวงพ่อแนมได้รับทราบความเป็นไปของบ้านเมืองโดยตลอด และได้ปรารภด้วยความเป็นห่วงประชาชนโดยเฉพาะชาวบ้าน ตำบลบ้านแดน จะอยู่อย่างไรในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แนวความคิดของท่านได้ชะลอการสร้างสนสถานไว้ทั้งหมด โดยหันมาปลูกป่าโดยเฉพาะสมุนไพร และได้ยกที่ส่วนหนึ่งของวัดเขาห้วยลุงได้เป็นที่ตั้งของศูนย์ถ่ายทอด เทคโนโลยีทางการเกษตร ท่านได้พยายามจำทำในเรื่องของเกษตรแปรรูป และการท่องเที่ยวเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านและยังห่วงใยในเรื่องของการศึกษาและ สุขอนามัย โดยให้ใช้ที่ส่วนหนึ่งของวัดเขาห้วยลุงเป็นที่ตั้งโรงเรียนและอนามัย และได้ติดตามดูแลสนับสนุนโดยตลอด
ในเดือนมกราคม ๒๕๔๓ ท่านให้ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิ ชื่อว่ามูลนิธิหลวงพ่อแนม โดยให้วัดเขาห้วยลุงเป็นฯที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิและได้มอบเงินของท่าน จำนวน ๖๖๕‚๖๗๙ บาท (ณ ๒๒ พฤศจิกายน๒๕๔๒)ที่ฝากไว้ธนาคารออมสิน สาขา สลกบาตร เป็นทุนดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๓ ท่านประพฤติปฏิบัติเหมือนวันต่อมา คือเดินจากกุฏิไปทำความสะอาดมณฑปหลวงพ่อแท่น แล้วกวาดศาลาพระพุทธชินราชที่ตั้งยู่ในวัดเขาห้วยลุง และนั่งวิปัสสนา ทำสมาธิ อธิฐานจิตและเดินกลับกุฏิทรายทอง สรงน้ำและฉันภัตตาหารเช้า จากคำบอกเล่าของลูกศิษย์ที่คอยปรนนิบัติท่านอยู่ได้ยินท่านปรารภกับเป็ดที่ ท่านเลี้ยงไว้ว่า "ข้าฯหมดกำลังเลี้ยงพวกเอ็งแล้วและยังพูดกับลูกศิษย์ว่าให้เตรียมช่วยเหลือ ตัวเอง" ไม่มีใครเฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่าท่านหมายถึงอะไร
เวลา ๙.๐๐ น. ของวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๓ คุณ พิสิฏฐ์ และคุณสุดจินต์ สุพิชญางกูร พร้อมครอบครัวได้นำภัตตาหารและเครื่องสังฆทานมาถวายหลวงพ่อแนม และในเวลา ๑๐.๓๐ น. หลวงพ่อแนมเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก คณะศิษย์ได้นำหลวงพ่อส่งโรงพยาบาลปากน้ำโพ ในขณะนั้นอาการของหลวงพ่อดีขึ้นจนกระทั่งเวลา ๑๔.๕๘ น.อาการของหลวงพ่อได้ทรุดหนักลงอีก แต่ท่านยังมีสติอยู่ตลอด แพทย์นำยามาให้ฉันโดยป้อนใส่ปากท่านเลย ท่านยังคายออกและสั่งให้ประเคนก่อน ท่านเคร่งในวัตรปฏิบัติจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต และในเวลาดังกล่าว ท่านจากพวกเราไปด้วยอาการสงบ ทิ้งไว้แต่ธรรมะคำสั่งสอนความเมตตา หลวงพ่อแนม กตปุญโญ
"ก่อนมรณภาพท่านสั่งไว้ว่าให้เผาท่านที่วัดเขาห้วยลุงอย่าเก็บศพไว้ให้เป็นภาระของผู้อื่น"
กรุณาแจ้งด้วยครับว่าท่านพบพระองค์นี้ ที่ ร้าน antig 52
รายการที่ 019
ดูรายการพระเครื่องอื่นๆ คลิ๊กที่ คำว่าหน้าร้าน ด้านบน
| ราคา : | 300 บาท | ข้อมูลการติดต่อ : | อุดร เหลืองวิชชเจริญ
093-2480159 ang7kong@gmail.com | จำนวนผู้เปิดชม : | 1791 ครั้ง | โพสเมื่อ : | 2017-09-20 17:33:09 | ปรับปรุงล่าสุด : | 2017-09-20 17:33:09 | Share ข้อมูล : |
|
|
ชื่อร้าน : antig52
โดย : อุดร เหลืองวิชชเจริญ
ที่อยู่ติดต่อ : 491 หมู่ที่ 7 ต.สมอเเข อ.เมือง จ. พิษณุโลก 65000
หมายเลขโทรศัพท์ : 093-2480159
E-Mail ติดต่อ : ang7kong@gmail.com
URL ของร้าน : http://pra.yodthongthai.com/antig52/
ธนาคารกสิกรไทย : สาขา ถนนสายเอเซีย ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์/สะสมทรัพย์ ชื่อบัญชี : อุดร เหลืองวิชชเจริญ หมายเลขบัญชี : 4032253429
|